Category: Health

วิธีป้องกันและดูแลตัวเองจากฝุ่นละออง PM2.5วิธีป้องกันและดูแลตัวเองจากฝุ่นละออง PM2.5

หน้ากากป้องกันฝุ่น สิ่งที่ต้องทำเป็นอย่างแรกเลยคือ ใช้ Mask หรือหน้ากากปิดปากสวมไว้เพื่อป้องกันฝุ่นละอองก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ถ้าจะให้ดีควรเป็นหน้ากาก N59 นะคะ  ทำความสะอาดบ้านทุกวัน เนื่องจากฝุ่นมีขนาดที่เล็ก ก็อาจจะส่งผลให้บ้านของท่านเกิดฝุ่นได้ถึงแม้จะปิดบ้านไว้เป็นอย่างดี เพื่อไม่ได้เกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของคุณ ขยันเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย และทำความสะอาดบ้านให้เอี่ยมดีกว่า หรือไม่ก็คิดซะว่าเป็นการออกกำลังกายก็ได้นะ คอยติดตามสถานการณ์ ข่าวสารทั้งจากหน่วงงานราชการและสื่อต่างๆ จะคอยรายงานอัพเดตอย่างต่อเนื่องตลอดอยู่แล้ว เพื่อสุขภาพของท่าน เราอยากให้ทุกคนคอยดูความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ปลูกต้นไม้ ต้นไม้ไม่สามารถปลูกให้โตได้ในวันเดียว แต่สมัยนี้ก็มีต้นไม้ขนาดเล็ก ใหญ่ขายอยู่มากมายเต็มไปหมด ยิ่งถ้าใครอยู่หอพักหรือคอนโดที่มีพื้นที่จำกัดด้วยแล้ว ก็ควรหาต้นไม้เล็กไว้บ้างก็เป็นการดี เพราะต้นไม้จะช่วยฟอกอากาศ และลดละอองฝุ่นได้ในระดับหนึ่งเลย เตรียมยา/พบแพทย์ สุดท้ายหากคุณมีโรคประจำตัวควรเตรียมยาประจำตัวไว้ให้พร้อมเสมอ ที่สำคัญหากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ หากคุณมีข้อสงสัยด้านการปฏิบัติตัวเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422, สายด่วนกรมอนามัย 0-2590-4359 และสายด่วนกระทรวงสาธารณสุข 1669  อย่างไรก็ตาม เราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการใช้ เครื่องวัดคุณภาพอากาศ เพราะเครื่องวัดคุณภาพอากาศเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด ถือว่าเป็นการแก้ไขที่ไม่ได้วัวหากล้อมคอกอย่างแน่นอน เพราะยิ่งคุณสามารถรู้ถึงความอันตรายของมันได้เร็วเท่าไหร่ คุณก็จะป้องกันตัวเองได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้น ยอมเสียเงินไปกับเครื่องวัดคุณภาพอากาศเพื่อให้ได้คุณภาพชีวิตที่ดีคืนมาดีกว่าค่ะ

มลพิษทางอากาศ ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้างมลพิษทางอากาศ ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

มลพิษทางอากาศ ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่ก็เป็นสิ่งท่ามารถสร้างผลกระทบให้กับร่างกายของเราได้อย่างมหาศาลเช่นกัน ปัจจุบันคนไทยจำนวนมาก เสียชีวิตด้วยสาเหตุมลพิษทางอากาศนั่นเอง อาจจะเป็นเพราะความชะล่าใจหรือไม่ป้องกันตัวเองให้ดี ก็เลียมีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น มลพิษทางอากาศนั้นไม่เพียงแต่อยู่นอกบ้าน แม้แต่ในบ้านของเราหากไม่มีการใช้เครื่อง ฟอกอากาศ ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายเช่นกัน การวัดคุณภาพของอากาศ ก่อนอื่นเรามาเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์ที่ใช้วัดคุณภาพอากาศกันก่อน เพื่อที่จะได้เอาไปใช้ตรวจในแต่ละวัน 0-50 ใช้สีฟ้า หมายถึงอาการอยู่ในระดับดี ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ 51-100 ใช้สีเขียว หมายถึงคุณภาพของอากาศอยู่ในระดับปานกลาง ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ 101-200 ใช้สีเหลือง หมายถึงอากาศเริ่มมีผลต่อสุขภาพ ควรงดการทำกิจกรรมการแจ้งทั้งหมด 201-300 ใช้สีส้ม หมายถึงอากาศมีผลกระทบต่อสุขภาพมาก ควรงดการทำกิจกรรมทุกอย่าง มากกว่า 300 ใช้สีแดง หมายถึงอากาศเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อันตรายจากมลภาวะทางอากาศมีอะไรบ้าง จากเกณฑ์ที่ใช้ในการวัดคุณภาพอากาศเบื้องต้น ทำให้เรารู้ว่าต้องป้องกันตัวเองอย่างไรบ้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้เราสามารถเช็คข้อมูลที่เกี่ยวกับคุณภาพของอากาศได้รายวันด้วย จะช่วยให้เตรียมตัวป้องกันได้ทัน สำหรับใครที่ละเลยไม่ป้องกันตัวเอง ลองมาดูว่ามีความเสี่ยงเกิดอันตรายกับร่างกายอย่างไรบ้าง 1.รู้สึกแสบตา เมื่อมีฝุ่นจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย คุณจะรู้สึกแสบตาเพราะฝุ่นเหล่านั้น โดยเฉพาะฝุ่นเล็กๆ อย่าง PM2.5 2.แสบคอ เพราะเมื่อเราหายใจเอาอากาศที่มีฝุ่นปะปนอยู่จำนวนมากโดยที่ไม่มีเครื่อง ฟอกอากาศ ก็จะทำให้บริเวณลำคอเกิดการสะสมของฝุ่น และจะส่งผลทำให้แสบคอ วิธีแก้ไขคือการดื่มน้ำมากๆ 3.หลอดลมอักเสบ หากร่างกายได้รับฝุ่นในปริมาณมากทุกวัน […]

ตาปลา อาการสุดยี้ ที่ใครๆ ก็ขอบายตาปลา อาการสุดยี้ ที่ใครๆ ก็ขอบาย

ตาปลา คือ ผิวหนังซึ่งหนาตัวขึ้นมาเนื่องจากการกดทับหรือการลงน้ำหนักของเท้าบริเวณนั้นซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดตรงนิ้วเท้าเนื่องจากรองเท้าคับเกินไป หรือในบางกรณีก็อาจเกิดขึ้นที่ฝ่าเท้าได้เช่นกัน โดยอาการตาปลานี้ เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงนะคะ เพราะนอกเหนือจากจะทำให้เท้าของเราดูไม่สวยแล้ว ยังทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของเรายากลำบากขึ้นอีกด้วย แถมยังต้องมาทนกับการเจ็บปวดจากเจ้าตาปลานี้อีก แหม มันช่างเป็นอาการที่ไม่คุ้มเสียจริงๆ นะคะ อาการของโรคตาปลา ตำแหน่งที่เกิดตาปลาจะมีอาการปวด บวมแดง และเมื่อถูกกด หรือไปโดนจะมีอาการเจ็บร่วมด้วย สาเหตุของการเกิดโรคตาปลา ใส่รองเท้าแคบเกินไป นิ้วเท้าผิดรูป การยืนนาน คนอ้วนทำให้น้ำหนักเกิดการกดทับ การเดินที่ผิดท่า การผ่าตัด นิ้วหัวแม่เท้าผิดรูป ตะเข็บรองเท้า สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีผลกระทบจนเกิดเป็นโรคตาปลา ปัญหาหน้าเท้ามีแรงกดมาก เพราะกล้ามเนื้อ น่อง ตึง ไม่สามารถกระดกเท้าขึ้นเวลาเดินได้มากพอ น้ำหนักจึงกดลงหน้าเท้ามากเกินไป กล้ามเนื้อหน้าแข้งด้านหน้าอ่อนแรง ทำให้กระดูกเท้าขึ้นจากพื้นได้ไม่มากพอ ข้อเท้าบิดออกมากเกินไป ทำให้การลงน้ำหนักที่ฝ่าเท้ามาก วิธีการป้องกันการเกิดโรคตาปลา อันดับแรกให้หลีกเลี่ยงรองเท้าหน้าแคบ และหมั่นทาครีมให้ความชุ่มขึ้นที่เท้าวันละ 2 ครั้ง รวมถึงเลือกรองเท้าที่มีแผ่นรองเท้าเพื่อลดแรงกดที่เท้าหากเป็นตาปลาที่เท้า  ทั้งนี้ ควรเลือกรองเท้าที่ใส่ให้พอดีกับเท้า หรือเลือกสวมใส่รองเท้าสุขภาพไปเลย เพราะรองเท้าเพื่อสุขภาพจะมีพื้นรองเท้าที่นิ่มแต่ยืดหยุ่น ไม่รัดแน่นเกินไป หรือหลวมเกินไป อีกทั้งรองเท้าเพื่อสุขภาพยังช่วยลดแรงกด ลดแรงกระแทก […]

กินชานมไข่มุกยังไงถึงจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกินชานมไข่มุกยังไงถึงจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน เราจะต้องพบกับร้านชานมไข่มุกเปิดอยู่แทบทุกที่ เพราะว่าชานมไข่มุกกำลังเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมจากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เนื่องจากรสชาติที่หวานนุ่มละมุนลิ้นและความเย็นชื่นใจช่วยคลายความร้อนเพื่อความชุ่มชื่นเวลารับประทานเข้าไป แต่ว่าชานมไข่มุกที่มีรสชาติที่หวานหอมอร่อยนี้ หากทำการดื่มมากเกินไปก็สามารถส่งผลร้ายต่อสุขภาพของร่างกายได้ เพราะว่าส่วนผสมของชานมไข่มุกมีทั้งน้ำตาล นมในปริมาณที่สูง หากดื่มในปริมาณที่ไม่เหมาะสมย่อมสร้างผลเสียให้กับร่างกายได้ ดังนั้นวันนี้เราจึงเทคนิคในการดื่มชานมไข่มุกที่จะไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย 1.ดื่มวันละไม่เกิน 1 แก้ว             สำหรับคนที่ชอบดื่มชานมไข่มุกแล้ว สามารถที่จะทำการดื่มแทนน้ำเปล่าได้เลย ซึ่งการดื่มชานมไข่มุกมากเกินไปจะทำให้ร่างกายมีการสะสมของไขมัน นมและน้ำตาลในร่างกายที่สูง จึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ความดันและโรคไขมันอุดตันได้ ดังนั้นปริมาณที่เหมาะสมในการดื่มชานมไข่มุกต่อวันควรดื่มไม่เกินวันละ 1 แก้ว ขนาด 15 -20 ออนซ์จะดีที่สุด เพราะชานมไข่มุกที่ดื่มเข้าไปจะให้พลังงานไม่เกินความต้องการของร่างกายต่อวัน ทำให้ร่างกายมีโอกาสที่จะใช้พลังงานที่ได้รับจากการดื่มจนหมด 2.ดื่มก่อนเที่ยง             การดื่มควรดื่มก่อนเที่ยงหรือชาสุดไม่เกิน 14.00 น. โดยเฉพาะช่วงก่อนเวลา 10.00 น.หรือหลังรับประทานอาหารเช้า เพราะว่าการรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงในช่วงเวลาดังกล่าว ร่างกายจะมีการดึงสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเข้าไปนำมาใช้ในการทำกิจวัตรประจำวันของร่างกายอย่างเต็มที่ ทำให้ลดการสะสมของไขมันส่วนเกินที่มาจากการดื่มชานมไข่มุกได้ และการดื่มในช่วงเช้าเป็นการกระตุ้นระบบเผาพลาญพลังงานให้มีการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ร่างกายสดชื่นและสมองแจ่มใสอีกด้วย 3.ดื่มแบบหวานน้อย             ชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่มีความหวานค่อนข้างสูงกว่าเครื่องดื่มหลายชนิดอยู่แล้ว การสั่งไม่ควรที่จะสั่งแบบเพิ่มความหวานพิเศษ แต่ควรสั่งแบบหวานน้อยหรือแบบธรรมดามาดื่ม เพื่อลดปริมาณน้ำตาลและนมที่อยู่ในชาให้น้อยลง ดังนั้นทุกครั้งที่ทำการสั่งอย่าลืมเน้นว่าเอาแบบหวานน้อยเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณ             ต่อไปนี้การดื่มชานมไขมุกจะสร้างความสุขให้กับชีวิตคุณได้ หากคุณทำตามคำแนะนำข้างต้น รับรองว่าชานมไข่มุกจะไม่สร้างผลเสียมให้กับสุขภาพของคุณแน่นอน

การเดินช่วยให้สุขภาพแข็งแรงได้จริงหรือการเดินช่วยให้สุขภาพแข็งแรงได้จริงหรือ

ปัจจุบันนี้ผู้คนได้หันมาสนใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองมากขึ้น เพราะว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นมีการพัฒนาตามความก้าวหน้าทางการแพทย์ ยิ่งคุณภาพของยาดีมากเท่าไหร่ โรคร้ายที่เกิดขึ้นก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นการดูแลตนเองให้แข็งแรงไม่เจ็บป่วยจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด โดยเฉพาะการเดินที่เป็นเรื่องธรรมดาเป็นกิจวัตรที่หลายคนทำอยู่ทุกวัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการเดินสามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ดีที่สุด เนื่องจาก 1.การเดินช่วยกระตุ้นหัวใจ             การเดินต่อเนื่องติดต่อกันอย่างน้อย 30 นาที หัวใจจะมีอัตราการเต้นที่สม่ำเสมอ ไม่เร็วเกินไปเหมือนการวิ่งที่หัวใจจะเต้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น เพราะการเดินเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานในการทำกิจกรรมน้อย แต่ว่าสามารถกระตุ้นให้หัวใจเต้นอย่างต่อเนื่องได้ดีกว่า ดังนั้นหากเดินต่อเนื่องทุกวันวันละ 30 นาทีขึ้นไป จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบหรือโรคหัวใจขาดเลือดได้เป็นอย่างดี 2.กระตุ้นระบบเผาพลาญพลังงาน             การเดินมากกว่า 6,000 ก้าวต่อวัน โดยเฉพาะการเดินอย่างต่อเนื่องจะทำให้ระบบการเผาพลาญพลังงานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายมีการดึงไขมันส่วนเกินที่สะสมตามส่วนต่างของร่างกายมาใช้อย่างช้า นอกจากนั้นระบบเผาผลาญจะยังคงทำงานต่อไปเรื่อย ๆ หลังจากที่หยุดเดินแล้วอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงอีกด้วย ทำให้ร่างกายมีการเผาพลาญพลังงานอย่างต่อเนื่อง ไขมันและน้ำตาลที่สะสมอยู่ในร่างกายจะถูกดึงมาใช้จนหมด ดังนั้นการเดินจึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานและโรคที่เกิดจากไขมันส่วนเกินได้ 3.กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อ             ในขณะที่ทำการเดิน กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายจะมีการทำงานประสานกันทั้งหมด ไม่มีกล้ามเนื้อส่วนใดที่ต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักมากกว่ากล้ามเนื้อส่วนอื่น การเดินจึงเป็นการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อน้อยที่สุด และสามารถกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อได้มากที่สุดอีกด้วย ดังนั้นหากต้องการให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรงในทุกสัดส่วนแล้ว การเดินออกกำลังกายนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีสุด โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาด้านน้ำหนักตัว หากทำการวิ่งกล้ามเนื้อข้อเท้าอาจได้รับบาดเจ็บได้ ดังนั้นการเดินจึงเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยและทุกขนาดตัวด้วย             จะเห็นว่าการเดินสามารถทำให้ร่างกายแข็งแรงได้ ดังนั้นการออกกำลังกายครั้งต่อไป ลองทำการเดินอย่างน้อย 30 นาที จะเป็นการเดินบนลู่วิ่งหรือการเดินตามสวนสาธารณะก็ได้ […]